Home บล็อก

สลักเพชรบล็อก

ข้อมูลท่องเที่ยวสลักเพชร

กะปิ(เกาะช้าง)หลน

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: สลักเพชร , วิถีพื้นบ้าน , กะปิ

      
 
ทำสักถ้วยใหญ่ ๆ เวลาทานจะได้ไม่ต้องยั้งมือ สูตรคุณแม่ ไม่ยากเลย เริ่มด้วยมะพร้าว 1 ลูกขูดแล้วคั้นน้ำไม่ต้องแยกหัวกะทิ ให้ได้น้ำกะทิข้น ๆ ตามด้วยตะไคร้ ต้นงาม ๆ  6 - 7 ต้นหั่นเป็นแว่นบาง ๆ เวลาตำจะได้ไม่ต้องออกแรงนาน หอมแดง อย่าใช้หอมแดงหัวใหญ่ เพราะจะไม่หอม ไม่ได้รสชาด ใช้หัวเล็ก ประมาณ 5 - 6 หัว หั่นบาง ๆ ใบมะกรูดซ้อน ๆ กันซัก 10 ใบ หั่นตามขวางเป็นเส้นเล็ก ๆ เตรียมไว้ จากนั้นโขลกตะไคร้ให้แหลก ตามด้วยหอมแดง ให้เข้ากัน ใส่กะปิประมาณ 2 ช้อน ให้โขลกแล้วได้กลิ่นกะปิ ถ้ากลิ่นตะไคร้ยังกลบอยุ่ก็เติมกะปิอีกเล็กน้อย เพราะเรากำลังทำ กะปิหลน ไม่ใช่ ตะไคร้หลน จากนั้นก็เอากะทิตั้งไฟ อ่อน คนไปเรื่อย ๆ พอเป็นตา ก็เอาเครื่องที่ตำไว้ลงไปคนไปเรื่อย ๆ ไฟอ่อน สังเกตุดูว่าสีจะออกเทา ๆ ใส่ลูกโดด พริกขี้หนูสวนไปสักหน่อย ถ้าชอบเผ็ด ใส่ใบมะกรูดที่หั่นไว้ลงไป ควรตัดเค็มด้วยน้ำตาลเล็กน้อย เมื่อได้ที่จะมีลักษณะกำลังจะเป็นมันให้ตักออกจากกะทะ หรือภาชนะ ถ้าทิ้งไว้ ก็จะเริ่มแตกมัน เนื่องจากความร้อนของภาชนะยังมีอยู่ ทานกับผักอะไรก็ได้ที่มีรสหวานจะดี เพราะกะปิหลน รสนำเป็นรสเค็ม ทดลองทำกับกะปิของ แม่สมบุญ ก็อร่อยดี

* ถ้ากะปิหลนแล้วน้ำใส เนื่องจาก กะทิมากไปให้ตำตะไคร้ และหอมแดงเพิ่มลงไปจะช่วยได้

กะปิเกาะช้าง แม่สมบุญ

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: อาหารทะเล , สลักเพชร , วิถีพื้นบ้าน , กะปิ

แม่บุญสม เป็นชื่อโฮมสเตย์เล็ก ๆ ใครมาพักที่นี่ ก็นอนมุ้ง บรรยากาศ สบาย ๆ แบบชาวเล รับได้ประมาณ 35 ท่าน ดูจะเป็นโฮมสเตย์มาก ๆ ครอบครัวคุณแม่สมบุญ ประกอบด้วย บุตรหญิง ชาย อย่างละ 2 คน หัวหน้าครอบครัวจากไปตั้งแต่ จี๊ด บุตรชายคนโต อายุ ได้ 16 ปีเท่านั้น แม่สมบุญ ก็เป็นหัวหน้าครอบครัวมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ก็ต่อสู้กับคุณแม่ โดยมีน้อง ๆ คือ ไพรวัล ซึ่งเป็น รองประธานชมรมท่องเที่ยวพื้นบ้านสลักเพชร กับน้องสาวทั้งสอง เป็นกำลังใจ ครอบครัวนี้เป็นศูนย์รวมของภูมปัญญาชาวบ้านเกือบทุกกระบวนความ ซึ่งจะพยายามพูดคุยกับแม่สมบุญ คุณจี๊ด และน้องไพรวัล ตามโอกาส อันควร แล้วนำมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป

เด่น ๆ ก็เห็นจะเป็นเรื่องกะปิ เห็นมาหลายครั้งว่า ที่บ้านแม่สมบุญ จะมีกะปิหน้าบ้าน เลยถามดูว่าจะแนะนำเรื่องกะปิอะไรบ้าง แม่สมบุญ ก็เล่าให้ฟังว่า ตนนั้น ช่วยแม่ทำกะปิมากว่า 25 ปีแล้ว ที่สำคัญคือคุณแม่ของ แม่สมบุญ เคี่ยวน้ำเคยขายด้วย ใส่ไหไว้ขาย ไหละ 100 บาท เก็นได้เป็นปี ๆ เรื่องกะปินั้นบอกได้เลยว่า ทำยากมาก เพราะนอกจากวิธีทำที่มีความละเอียดอ่อนแล้ว จังมีสถาณการณ์ ของลมฟ้าอากาศ เป็นอุปสรรคสำคัญ แต่เนื่องจากประสพการณ์การทำกะปิมานมนาน จึงมีหนทางของการแก้ปัญหาอีกด้วย สำหรับในยามปกตินั้น กะปิ ความยากง่าย ขึ้นอยู่กับจำนวนเคย เป็นเรื่องแรก เพราะหากว่าเคยมีจำนวนไม่มากนัก เช่นครั้งละ 100 - 200 กิโลกรัม ก็เริ่มจากการ ชั่งเคย แล้วนำเคยมาขยำด้วยมือ เพื่อให้เคย หัก 2 หัก 3 ซึ่งเมื่อได้ที่แล้ว ก็จะใส่เกลือ แล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว ด้วยอัตราส่วน เคย 100 กิโลกรัม ต่อ เกลือ 12 กิโลกรัม จากนั้น ต้องคิดถึงเวลา ตามขั้นตอนมาคำนวน เช่น หลังจากคลุกเกลือ ก็ตีเคยให้เป็นก้อนเพื่อให้เกลือได้ละลาย ถ้าจำนวนน้อย ไม่ต้องคลุกใหม่อีกครั้ง แต่จำนวนมาก ๆ  ต้องคลุกเคล้าใหม่ แล้วตีให้เป็นก้อนใหม่ เพื่อให้เกลือละลายให้หมด หลังจากเวลาประมาณ 6 - 7 ชั่วโมง เกลือละลายหมด ต้องนำเคยที่คลุกเกลือหมักไว้ มาเอาน้ำออก ตรงนี้เรียกว่า " เกรอะเคย " ใช้เวลา ประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง น้ำที่ได้จากการเกรอะ สามารถนำมาทำน้ำเคยได้ ด้วยการเคี่ยว ( จะพูดถึงการทำน้ำเคยในโอกาสต่อไป ) จากนั้น ก็จะถึงเวลาการตากเคย แม่สมบุญบอกว่า ยากที่สุด ก็เรื่องการตากเคย เพราะต้องตากให้เคยแห้งแบบหมาด ๆ เพราะกะปิจะสวยไม่สวย ทำยาก ง่ายก็ตรงตากเคย หลักง่าย ๆ ที่ต้องทำก็คือ ตากให้หมาด ๆ ไม่ควรให้แห้งขาวเพราะจะแข็ง แต่ข้างในยังเปียก เวลาตำยากนัก แต่ถ้าตากให้หมาด ๆ แล้วคอย คลุก แล้วดูให้หมาด ทำอย่างนี้สัก 3 ครั้ง ก็จะพอดี จากนั้น ก็จะต้อง ตำด้วยครกไม้ ถ้าแห้งไปจะตำยาก เปียกไปก็จะเละไม่จับตัวเป็นก้อน ถ้าตากหมาดพอดี ก็จะนำได้เร็ว แม่สมบุญบอกว่า 3 กลับ ก็ใช้ได้แล้ว คำว่า 3 กลับก็คือ ตำจนบานออกข้างครกหมด ก็จะต้องเอามือรวมให้อยู่ก้นครกให้หมด แบบนี้ 3 ครั้ง จากนั้น ก็ถึงเวลาเอามาอัดใส่ไห ใส่ตุ่ม โบราณจะใช้ไม้ไผ่ขัด ปัจจุบันใช้ถังปากกว้าง ๆ เลยใช้กระดาษ ปิดไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน กะปิก็จะหอม กินได้ แต่ก็จะมีขุยบ้าง หลังจาก 1 ปี กะปิก็จะมีผิวเรียบมัน

ใครอยากชิมกะปิ แม่สมบุญ เชิญไปพักที่โฮมสเตย์ได้


ราวหอยหมึกสาย

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: หมึกสาย , ปลาหมึก , กิจกรรมเกาะช้าง

ฟังแล้ว ก็งง ๆ เดาดู ก็พอเข้าใจว่า เป็นราว ยาว ๆ คล้าย ราวตากผ้า แต่ หอยหมึก ก็งงไปเลย ผมก็งงด้วยคน แต่ขออธิบายให้ฟังเล็กน้อย ท่านคงเคยเห็น หรืออาจจะเคยทานปลาหมึกสาย ย่าง ปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากอร่อย ถ้าเจ้าไหน น้ำจิ้มรสเด็ดด้วยแล้ว ลูกค้าอุดหนุนไม่ขาดสาย

แต่ที่มาของปลาหมึกนั้น สุดพิศดาร เห็นแล้วอึ้งไปเลย เพราะวิธีจับปลาหมึกสายนั้น เป็นสุดยอดภูมิปัญญาชาวบ้านจริง ๆ คือ นำหอยที่ตายแล้ว หรือ แกะเอาเนื้อออกไปแล้ว นาดประมาณ กำปั้น หรือ ฝ่ามือ มาเจอรูที่ปลายหอย แล้ว มัด ร้อย ด้วยเชือกไนล่อน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ครึ่งเซ็น สอบถามแล้วว่า ควรมัดห่างกันประมาณ 2 วาครึ่ง แล้วมันจะจับปลาหมึกได้ไงหนอ หลายท่านคงคิดเหมือนผม แต่ ก็ได้รับคำอธิบายว่า ปลาปมึกสายนั้น โดยธรรมชาติของมันแล้ว จะหากินตามจุดที่มีซากเปลือกหอย หรือ โขดหิน ที่มีเปลือกหอยสะสมอยู่ เพราะการจับมัน ดัดแปลงจากธรรมชาติของมันเช่นกัน ปกติแล้ว หมึกสายเป็นสัตว์ทะเลที่ว่ายน้ำไม่เร็วนัก และมักจะเป็นอาหารอันโอชะ ของปลาด้วยเหมือนกัน แต่ สิ่งที่จะป้องกันตัวเอง จากสัตรูทั้งหลาย ก็คือ เปลือกหอย มันจะเข้าไปอัดตัวอยู่ในเปลือกหอย แล้วมิหนำซ้ำ ยังจะหาเปลือกหอยแบน ๆ มาปิดปากอีกต่างหาก นับว่า สุดยอดแห่งศิลปการป้องกันตัวด้วยเหมือนกัน

การจับหมึกสาย ด้วยหอยราว แบบนี้ ยังไม่ทำกันแพร่หลายนัก ที่เกาะช้าง ทำกันมาได้ประมาณ 2 ปี การวางจะวางราวละ 100 ตัว ( หอย ) ซึ่ง ต่อครั้งจะได้หมึกสาย นับพันตัว ราคาปัจจุบัน กก.ละ 50 บาทโดยประมาณ นับว่าทำรายได้ให้ไม่น้อยเลยทีเดียว


แกงกะทิหอยถ่าน

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: อาหารทะเล , หอยถ่าน , สลักเพชร

หอยถ่าน เป็นหอย ตัวเล็ก ๆ ขนาดปลายปากกา ยาวประมาณ 4 เซ็นติเมตร รสชาดดี ทานง่าย หอยชนิดนี้มีที่หวายแฉก จึงน่าจะกลายเป็นอาหารประจำหาดหวายแฉก หากท่านไปพักที่หวายแฉก แนะนำให้ไปถึงแล้วไปจับมาขังน้ำไว้ในโอกาสแรก เพราะ อาจิตร แม่ของคุณ ชูวิช ประธานชมรมนำเที่ยวพื้นบ้าน สลักเพชร เล่าให้ฟังว่า จับแล้วแกงเลยไม่ได้ ต้องนำมาขังน้ำไว้สัก 2 วัน หอยจะคายทราย ออกมา จึงจะทานได้ บางทีมีบางคนเอาพริกแห้งตำแล้วใส่ไปในน้ำ เร่งให้หอยคายทรายเร็วขึ้น ต้องลองดูว่าสูตรของใคร จะเด็ดกว่ากัน ครูชัช ( ที่จริงเป็นอดีต ผอ. โรงเรียนสลักเพชร ) พูดถึงหอยถ่าน ก็เป็นอาหารเหมือนกับ มาม่า สมัยนี้ คือไม่มีอะไร ก็กินมาม่าไป คนที่นี่ก็เหมือนกัน ไม่มีอะไรกินก็กินหอยถ่านไป หอยถ่าน ที่พบมีอีกที่คือ คลองพร้าว ก็มีสภาพคล้าย ๆ หวายแฉก คือ เป็นจุดที่น้ำจืดจากภูเขา ไหลมาที่ทะเล

การปรุงอาหารนั้น ตัดก้นออก แล้วแกงกะทิ ไม่ต้องใส่อะไรเลย เท่านั้น ( อาหารพื้นบ้านปรุงแบบนี้ ) เวลาดูด ก็ยักคิ้วซ้ายบ้าง ขวาบ้าง น่าจะดี


ปลาลิ้นหมาทอด กับข้าวต้มร้อน ๆ

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: อาหารทะเล , ปลาลิ้นหมา , ข้าวต้ม

???? ??

1 ในสุดยอดอาหาร เช้า ที่สลักเพชร สูตรของ พี่สมหมาย สมหมายสลักเพชร โฮมสเตย์ วันก่อนที่ไปขอแบ่งปลาอินทรีย์สด ๆ จากพี่สมหมาย หนักประมาณ 3 กิโลกรัมเศษ ไปปรุงอาหารทานกันที่ หาดหวายแฉก พี่สมหมายเดินไปหยิบปลาลิ้นหมาทอด มาให้ลองชิม บอกได้คำเดียวว่า สุดยอด ถ้าได้ข้าวต้มร้อน ๆ สักถ้วย ที่มียาง หน่อย ๆ รับรอง ได้ว่าต้องประทับใจไปนาน เลยสอบถามเคล็ดลับที่ไม่ลับจากพี่สมหมาย มาเล่าให้ฟัง เมื่อได้ปลาลิ้นหมามาก็ขอดเกล็ดด้วยการ จับปลายหาง แล้วใช้มีดรูดไปทางหัว ด้านละ 1 ครั้ง เท่านั้นเอง?จากนั้น ตีน้ำเกลือ ชอบเค็มมาก เค็มน้อย ก็จัดเอาเอง แล้วก็เอาปลามาแช่น้ำเกลือ ไม่ต้องนานพี่สมหมายบอกว่า " เดินไปไหนมาไหน ซักแป๊บเดียว ก็เอาขึ้นแล้วทอดเลย " ก็แสดงว่า ไม่ต้องแช่นาน ทอดควรใช้ไฟกลาง ถ้าปลามาก ถ้าปลาน้อย แบบ 3 - 4 ตัว อ่อนกว่าไฟกลางเล็กน้อย น่าจะดี ควรสังเกตูดูที่ เชิง หรือครีบ รอบ ๆ ซึ่งบางเป็นพิเศษ ถ้าหากดูเหลือง ๆ จัด ๆ ก่อนจะน้ำตาล ก็เอาออกได้แล้ว เพราะต่อไปก็จะไหม้ ทำให้กรอบ ไม่มีเนื้อให้ทาน

หากท่านมาแล้วอยากทานบอกได้นะครับ จะหาให้ทาน รับรองจะติดใจ สิ่งที่ควรระวัง คือลักษณะของปลาลิ้นหมาจะยาว ๆ ดูได้จากรูป แต่ในห้างบางครั้งเห็นเป็นปลาตีนช้าง จะอ้วนป้อม แต่ติดป้ายไว้ว่า ปลาลิ้นหมานะครับ


ลากปลาอินทรีย์ เกาะช้าง

บันทึกโดย: admin

เพื่อคลายความสงสัยของกีฬาทางน้ำชนิดหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านโปรดปราน และมีเพียงช่วงเวลาเดียวที่ไฝ่หามาสัมผัส ก็คือ กีฬาตกปลาอินทรีย์ หรือ ลากปลาอินทรี หมู่เกาะช้าง ยาวไปจนถึง เกาะกูด นับว่าเป็นสนามกีฬาใหญ่ สำหรับ ทั้งนักกีฬาทีมเหย้า และทีมเยือน ต่างเข้ามาประลองฝีมือกันเต็มที่  ในช่วงตกปลา หรือลากปลาอินทรีย์ที่ผ่านมานั้น น่าเสียดาย ที่สั้นไปเล็กน้อย แต่ก็นับว่าสนุกสนาน ตอบสนองผู้เฝ้ารอเวลานี้มานานได้ไม่เบาเลย จากสายตาที่มองดูช่วงเย็น หรือช่วงเช้าที่พรานพื้นที่ทีมเหย้านำปลามาขายให้กับร้านรับซื้อ หรือดูเรือที่พานักกีฬาตกปลาทีมเยือน เข้าเทียบท่าเรือแล้วบอกได้เลยว่า สะใจหลาย ๆ ท่านได้อย่างแน่นอน เพราะภาพที่ปรากฏนั้นคือปลาจำนวนมากสำหรับนักตกปลาปีนี้ ก็เกิดความสงสัยเล็กน้อย จึงไปขอคุยกับคุณจี๊ด เจ้าของโฮมสเตย์ สลักเพชร ผู้คร่ำหวอดวงการ ล่าปลาอินทรีย์ ผู้ไม่เคยปล่อยโอกาส การล่าปลาอินทรีย์ให้ผ่านไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว คุณจี๊ดเล่าให้ฟังว่า การล่าปลาอินทรีย์นั้น ละเอียดอ่อนมาก ผู้ที่รู้จักน้ำ รู้จักปลา ย่อมมีโอกาสสำเร็จกว่าผู้อื่น สำหรับตน ( คุณจี๊ด ) นั้น คิดว่าจะแบ่งน้ำออกเป็น 2 น้ำ คือด้านนอก ซึ่ง นักล่าปลาผู้มาเยืนจากต่างถิ่น ที่มาพร้อม อุปกรณ์ล่าทันสมัย ไฮเทค พร้อมผู้นำพา ซึ่งเป็นมืออาชีพจริง ๆ ในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อ หรือ เบ็ด หรือ เอ็น รับรองว่าสุดยอด ปลาที่นักตกปลากลุ่มนี้ตกนั้นก็คือปลากลุ่มเดียวที่จะผ่านมาให้นกตกปลาท้องถิ่น ที่อยู่รอบใน ตกเช่นกัน อดีต การตกปลาอินทรีย์ ใช้เอ็นประมาณ 20 ปอนด์ ลากแบบชาวบ้าน ใช้ปลาทั่ว ๆ ไปเป็นเหยื่อ แต่ เดี๋ยวนี้นักล่าปลาพื้นถิ่นต้องปรับตัวบ้างเหมือนกัน เพราะ รอบนอง นักตกปลาจากต่างถิ่นใช้ เอ็นนอด 15 ปอนด์ หรือ 12 ปอนด์ เอ็นจะเล็ก ปลาจะกินง่าย คุณจี๊ดบอกว่า ตอนก็ใช้การลากเหมือนกับคนอื่นแล้ว

ถามเรื่องเหยื่อ คุณจีดบอกว่า สำหรับรอบนอกแล้วปลาอินทรีย์ ชอบกินปลาทูโม่ง เป็นอาหารจานเด็ด สำหรับฤดูการล่าปลาอินทรีย์นั้น ความสำเร็จของการล่าก็มีเหยื่อเป็นตัวแปรเช่นกัน รอบในของการล่าปลานั้น ถ้าปลาอินทรีย์หลุดเข้ามา ก็น้อยลง อาจจะเป็นปลาอย่างอื่นบ้าง การเกี่ยวเหยื่อนั้น ก็ต้องคิดถึงเรื่องการกินเหยื่อของปลาอินทรีย์ด้วย อินทรีย์ อาจจะกินเหยื่อแบบ ตามมากินจากด้านหลัง ด้วยการฮุบทั้งตัว หรือ กัดกลางตัว หรือกัดถึงหัว ก็ได้ ฉะนั้น การเกี่ยวเบ็ด ก็ใช้เบ็ด 3 ตา เกียวตัวแรกที่จมูกปลาทู ตัวที่สองที่ ครีบหลัง และ ตัวสุดท้าย ที่โคนหาง โอกาสพลาดนั้น ก็ยาก เพราะติดเบ็ดตัวหนึ่ง อีก 2 ตัว ก็อาจจะไปเกี่ยว แก้ม หรือส่วนอื่น ๆ ของปลา ก็เป็นได้ คุณจี๊ดบอกราคาเบ็ดให้ฟังว่า เบ็ดที่ใช้ ตกตัวละประมาณ 4 บาท 80 สตางค์ เอ็นประมาณ ม้วนละ 300 กว่าบาท แบ่งใช้กับ เบ็ดได้ 2 คัน คันเบ็ด พร้อมรอก ราคา ตั้งแต่ 2 พันกว่า - หมื่นกว่า แล้วแต่กำลังทรัพย์

 ถามว่า ราคาปลาปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง คุณจี๊ดบอกว่า ราคาปลาน่าจะสูงกว่านี้เล็กน้อย 20- 30 บาท ต่อกิโลกรัม เพื่อทำให้ผู้ที่ตกปลาเป็นอาชีพ มีรายได้บ้าง ปีนี้ปลาอินทรีที่เกาะช้าง ราคาเพียง กิโลกรัมละ 100  - 110 บาท เท่านั้น


ผู้บันทึกบทความ

ค้นหาบล๊อกด้วยคำ