บันทึกโดย: admin
เมื่อ พ.ย. 05, 2009
หากใครติดตามสภาพอากาศของทะเลภาคตะวันออก จะทราบดีว่าตอนนี้ลมว่าว เจ้าปัญหา กำลังทำให้ความฝันของนักล่าปลาอินทรีย์ ที่เฝ้ารออย่างใจจดจ่อ มาเป็นเวลาร่วมปี ต้องหดหู่อีกครั้ง เพราะลมว่าวเริ่มกระหน่ำมาได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว ไม่ใช่ทะเลไม่มีปลาอินทรีย์ แต่ฤทธิ์เดชของลมว่าว ทำให้น้ำขุ่น และเรือเล็กไม่สามารถออกไปลากปลาอินทรีย์ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ อาจจะต้องรอไปจนถึงปลายเดือนมกราเลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ถ้าลมหยุดเพียง 3 - 4 วัน ก็ไม่สามารถทำให้น้ำใสได้ และปกติแล้ว ลมว่าว ก็หมดที่ปลายเดือนมกราคม จึงทำใจได้เลยว่าจะได้ล่าปลาอินทรีย์ปลายเดือนมกราคม 53
บันทึกโดย: นายทะเล
เมื่อ พ.ค. 01, 2009
สำหรับเรื่องประมงที่สลักเพชรนั้น ถ้าดูในคลองสลักเพชร ไปจนถึง สุดโรงถ่าน ที่อดีตเคยเป็นที่จอดเรือประมง ไม่ว่าจะเป็นเรือลาก เรือไดร์ แทบจะไม่มีแล้ว เท่าที่เห็นก็มีเรือปลาหัวอ่อน หรือปลากระตักที่จับมาทำน้ำปลา หรือเรือจากที่อื่นมาจอดหลบลม หรือซื้อน้ำ หรือแวะพัก ซ่อมเรือ เรือที่เคยเป็นเรือประมง ก็ถูกดัดแปลงเป็นเรือทัวร์ หรือเรือที่พาเที่ยวเกาะ และดำน้ำดูปะการัง ไปแทบจะหมดทุกบ้าน บ้านชาวประมงที่อยู่ติดทะเล ก็ดัดแปลงเป็นโฮมสเตย์ไปด้วยเหมือนกันคู่ไปกับเรือ เนื่องจากอ่าวสลักเพชร อุดมสมบูรณ์ไปด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา แต่ลักษณะของอ่าวจะเป็นดินเลน ถ้าน้ำลดจะตื้นมากจึงมีการใช้เรือเล็กที่นี่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเรือเล็กที่ใช้เป็นเรือไฟเบอร์ ซึ่งราคาลำละประมาณ 30,000 บาท ติดเครื่องท้าย 5 - 6 แรง ส่วนใหญ่นิยมเครื่อง 4 จังหวะ ดีเซล เพราะจะประหยัดน้ำมันทำให้ต้นทุนของการทำมาหากินต่ำลง ชาวเรือเล็กจะใช้เรือเล็กจับปลาแทบทุกรูปแบบ โดยจะมีเครื่องมือครบทุกชนิดเช่น
- อวนสำหรับปลากระบอก
- ลอบปูสำหรับปูม้า
- อวนสำหรับกุ้ง
- คันเบ็ดสำหรับลากหมึก, ปลาอินทรีย์, ปลาสาก, ปลาสละ ฯ
- เครื่องมือจับเคย ทำกะปิ

บันทึกโดย: admin
เมื่อ ก.พ. 11, 2009
เพื่อคลายความสงสัยของกีฬาทางน้ำชนิดหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านโปรดปราน และมีเพียงช่วงเวลาเดียวที่ไฝ่หามาสัมผัส ก็คือ กีฬาตกปลาอินทรีย์ หรือ ลากปลาอินทรี หมู่เกาะช้าง ยาวไปจนถึง เกาะกูด นับว่าเป็นสนามกีฬาใหญ่ สำหรับ ทั้งนักกีฬาทีมเหย้า และทีมเยือน ต่างเข้ามาประลองฝีมือกันเต็มที่ ในช่วงตกปลา หรือลากปลาอินทรีย์ที่ผ่านมานั้น น่าเสียดาย ที่สั้นไปเล็กน้อย แต่ก็นับว่าสนุกสนาน ตอบสนองผู้เฝ้ารอเวลานี้มานานได้ไม่เบาเลย จากสายตาที่มองดูช่วงเย็น หรือช่วงเช้าที่พรานพื้นที่ทีมเหย้านำปลามาขายให้กับร้านรับซื้อ หรือดูเรือที่พานักกีฬาตกปลาทีมเยือน เข้าเทียบท่าเรือแล้วบอกได้เลยว่า สะใจหลาย ๆ ท่านได้อย่างแน่นอน เพราะภาพที่ปรากฏนั้นคือปลาจำนวนมากสำหรับนักตกปลาปีนี้ ก็เกิดความสงสัยเล็กน้อย จึงไปขอคุยกับคุณจี๊ด เจ้าของโฮมสเตย์ สลักเพชร ผู้คร่ำหวอดวงการ ล่าปลาอินทรีย์ ผู้ไม่เคยปล่อยโอกาส การล่าปลาอินทรีย์ให้ผ่านไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว คุณจี๊ดเล่าให้ฟังว่า การล่าปลาอินทรีย์นั้น ละเอียดอ่อนมาก ผู้ที่รู้จักน้ำ รู้จักปลา ย่อมมีโอกาสสำเร็จกว่าผู้อื่น สำหรับตน ( คุณจี๊ด ) นั้น คิดว่าจะแบ่งน้ำออกเป็น 2 น้ำ คือด้านนอก ซึ่ง นักล่าปลาผู้มาเยืนจากต่างถิ่น ที่มาพร้อม อุปกรณ์ล่าทันสมัย ไฮเทค พร้อมผู้นำพา ซึ่งเป็นมืออาชีพจริง ๆ ในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อ หรือ เบ็ด หรือ เอ็น รับรองว่าสุดยอด ปลาที่นักตกปลากลุ่มนี้ตกนั้นก็คือปลากลุ่มเดียวที่จะผ่านมาให้นกตกปลาท้องถิ่น ที่อยู่รอบใน ตกเช่นกัน อดีต การตกปลาอินทรีย์ ใช้เอ็นประมาณ 20 ปอนด์ ลากแบบชาวบ้าน ใช้ปลาทั่ว ๆ ไปเป็นเหยื่อ แต่ เดี๋ยวนี้นักล่าปลาพื้นถิ่นต้องปรับตัวบ้างเหมือนกัน เพราะ รอบนอง นักตกปลาจากต่างถิ่นใช้ เอ็นนอด 15 ปอนด์ หรือ 12 ปอนด์ เอ็นจะเล็ก ปลาจะกินง่าย คุณจี๊ดบอกว่า ตอนก็ใช้การลากเหมือนกับคนอื่นแล้ว
ถามเรื่องเหยื่อ คุณจีดบอกว่า สำหรับรอบนอกแล้วปลาอินทรีย์ ชอบกินปลาทูโม่ง เป็นอาหารจานเด็ด สำหรับฤดูการล่าปลาอินทรีย์นั้น ความสำเร็จของการล่าก็มีเหยื่อเป็นตัวแปรเช่นกัน รอบในของการล่าปลานั้น ถ้าปลาอินทรีย์หลุดเข้ามา ก็น้อยลง อาจจะเป็นปลาอย่างอื่นบ้าง การเกี่ยวเหยื่อนั้น ก็ต้องคิดถึงเรื่องการกินเหยื่อของปลาอินทรีย์ด้วย อินทรีย์ อาจจะกินเหยื่อแบบ ตามมากินจากด้านหลัง ด้วยการฮุบทั้งตัว หรือ กัดกลางตัว หรือกัดถึงหัว ก็ได้ ฉะนั้น การเกี่ยวเบ็ด ก็ใช้เบ็ด 3 ตา เกียวตัวแรกที่จมูกปลาทู ตัวที่สองที่ ครีบหลัง และ ตัวสุดท้าย ที่โคนหาง โอกาสพลาดนั้น ก็ยาก เพราะติดเบ็ดตัวหนึ่ง อีก 2 ตัว ก็อาจจะไปเกี่ยว แก้ม หรือส่วนอื่น ๆ ของปลา ก็เป็นได้ คุณจี๊ดบอกราคาเบ็ดให้ฟังว่า เบ็ดที่ใช้ ตกตัวละประมาณ 4 บาท 80 สตางค์ เอ็นประมาณ ม้วนละ 300 กว่าบาท แบ่งใช้กับ เบ็ดได้ 2 คัน คันเบ็ด พร้อมรอก ราคา ตั้งแต่ 2 พันกว่า - หมื่นกว่า แล้วแต่กำลังทรัพย์
ถามว่า ราคาปลาปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง คุณจี๊ดบอกว่า ราคาปลาน่าจะสูงกว่านี้เล็กน้อย 20- 30 บาท ต่อกิโลกรัม เพื่อทำให้ผู้ที่ตกปลาเป็นอาชีพ มีรายได้บ้าง ปีนี้ปลาอินทรีที่เกาะช้าง ราคาเพียง กิโลกรัมละ 100 - 110 บาท เท่านั้น