Home บล็อก

สลักเพชรบล็อก

ข้อมูลท่องเที่ยวสลักเพชร
Category >> อาหารการกิน

ผลไม้ที่สลักเพชร ... มาแล้วจ้า

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: เงาะ , สลักเพชร , มังคุด , ผลไม้ , ทุเรียน

ตอนนี้ใครเที่ยวสลักเพชร ในช่วงวันหยุดยาว วันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2553 ก็ถือว่ามีของแถมเป็นน้ำจิ้มให้คือผลไม้ แต่เนื่องจากว่าปีนี้ปัญหาของผลไม้มีพอสมควร เช่น ทุเรียนปีนี้น้อยลงมาก เนื่องจากมีการแตกใบอ่อน หรือโดนฝนดอกร่วง รวมทั้ง เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ผลไม้ต้องการน้ำ น้ำที่บ้านสลักเพชร มีปัญหาเนื่องจากบ้านสลักเพชร ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ความแห้งแล้งในช่วงดังกล่าวทำให้น้ำแห้งไป ต้องแบ่งน้ำ ด้วยการปิด เปิดน้ำเป็นสาย ๆ จากการติดตามสอบถาม ช่วงนี้มีผลไม้ครบถ้วนที่สลักเพชร ได้แก่ ทุเรียนชะนี ทุเรียนหมอนทอง ทุเรียนกระดุม เงาะ มังคุด ลองกอง ส่วนท่านที่อยากทาน


เครื่องมือทานปูที่ สมบัติของเปิ้ล

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: อาหารทะเล

 

เอกลักษณ์ของโฮมสเตย์ ที่ถ้าใครเคยมาก็ต้องจำได้ ค้อนไม้พร้อมเขียงสำหรับทุบก้ามปู ที่พี่สมบัติ ออกแบบออกมาให้ใช้กันอย่างเก๋ไก๋ โต๊ะไหนมีเด็ก ๆ ก็จะแย่งกันทุบก้ามปูสนุกสนานไป ทุบให้พ่อให้แม่อีกต่างหาก นับเป็นไอเดียที่ไม่ซ้ำใคร แถมช่วยให้ท่านได้ทานปูนึ่งได้อย่างดีทีเดียว สำหรับปูนึ่งที่ดีนั้น จะต้องมีเทคนิคในการนึ่ง เพราะท่านจะต้องนึ่งให้ล่อน และกรอบ แกะง่าย ไม่เสียเนื้อ ยังไม่เคยทดลองกินปูที่อื่น แต่ว่าเคยกินที่โฮมสเตย์แม่สมบุญ เคยถามสูตรการนึ่งปูม้า ที่ไม่เห็นจะมีอะไรลึกลับเลย แม่สมบุญบอกแบบไม่หวงวิชาว่า .......... เลยลองทำดู ใช่เลยครับ ............ อย่างที่แม่สมบุญบอกนั้นใช่เลยครับ ใครอยากรู้ถามแม่สมบุญดูได้ครับ ไม่หวงวิชา


ส้มตำ ไก่ย่าง เจ้ทัย แซ่บถูกใจ

บันทึกโดย: นายทะเล

คำที่ต้องการค้นหา: ไก่ย่าง , หมูย่าง , ส้มตำ , ก๋วยเตี๋ยว

     

สลักเพชรสำหรับท่านที่มาประจำคงทราบว่าที่นี่เน้นเรื่องอาหารทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก เป็นอาหารหลัก ซึ่งถ้ามาเป็นแพคเกจแล้่วก็จะต้องเจอกับอาหารต่าง ๆ เหล่านี้จัดเป็นชุดสำเร็จในแพคเกจโฮมสเตย์ แต่ถ้าท่านต้องการเที่ยวเอง จองแต่ที่พัก กิจกรรมเลือกเอง เรื่องอาหารก็หารับประทานเอง ถ้าเป็นแบบนี้ ร้านเจ้ทัย ช่วยได้ มื้อที่เหมาะสมเป็นมื้อเที่ยง หรือประมาณเที่ยง 11.00 น. - 13.00 น. แต่ก็จะต้องเจอผู้บริโภคท้องถิ่นบ้าง เพราะร้านนี้เป็นที่ถูกใจของบรรดาชาวสลักเพชรที่รักความแ ซ่บ ทุกระดับอายุเลยทีเดียว เคยสอบถามเจ้ทัยว่า คน 100 คน 100 รส จำได้ไหม เจ้ทัยบอกว่า จำได้ทุกคน ไม่รู้ว่าจำได้อย่างไรเหมือนกัน เพราะที่ร้านเฉพาะส้มตำ ก็มี ตำปู ตำไทย ตำมะม่วง ตำแตง ตำแครอท ตำข้าวโพด ฯ รสชาดแล้วแต่ตามสั่ง พริกเม็ดเดียว ไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่เปรี้ยว เจ้ทัยจัดให้ จำได้ทุกคน ( ขาประจำ ) ราคาครกละ 20 บาท เท่านั้น นอกจากส้มตำแล้ว ยังมีบริการ หมูย่าง ไม้ละ 5 บาท ไก่ย่าง 10 บาท ( ขนาดกลาง 12 บาท ใหญ่ 15 บาท ) ข้าวเหนียว 5 บาท ก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท รวมถึงอาหารตามสั่ง ราดหน้า ผัดซีอิ้ว ผัดกระเพราะ ก็จัดให้ทุกอย่างตามสั่ง ตามต้องการ ร้านเจ้ทัย อยู่ทางไปโรงถ่าน สังเกตุง่าย ๆ ถ้าเลี้ยวขาวตรงสามแยก ไปโรงถ่าน ขับรถมาอีกประมาณ 700 เมตร จะข้ามสะพาน ซ้ายมือเป็นตู้โทรศัพท์ TOT ถัดมาจะเร้ป็นร้านเจ้ทัยไปไม่ถูก สอบถามได้ที่นี่

     


เปิดห้องเรียนใหญ่เรียนไม่รู้จบ

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: วิถีพื้นบ้าน , ผลไม้

ฤดูฝนนี้คงมีอะไรต่อมิอะไรมานำเสนอมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหารการกิน การศึกษาหาความรู้ในเรื่องการประมงพื้นถ่าน เช่น การทำกะปิ มีขั้นตอนทั้งหมดแต่การไปจับเคย จนถึงมายัดกระปุกเก็บไว้ประกอบอาหาร หรือการทำปลาสละเค็ม ตั้งแต่การไปไล่ล่าจับปลาสละ ทุกขั้นตอนในการทำปลาสละเค็ม ฯลฯ ยังมีเรื่องราวอีกมากที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน และการประมงพื้นถิ่นจะถูกนำมาเป็นแพคเกจเรียนรู้ในห้องเรียนใหญ่ คือท้องทะเลอ่าวสลักเพชร ที่สามารถรองรับผู้ต้องการท่องเที่ยว และรับความรู้เฉพาะถิ่นไปในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังจะนำเสนอเทศกาลอาหารช่วงสั้น ๆ ตามฤดูความเป็นไปตามธรรมชาติท้องทะเล เช่น เทศกาลกินกุ้ง ก็จะนำเสนอเมนูเด็ด ๆ สำหรับช่วงที่ชาวประมงพื้นบ้านสลักเพชรสามารถจับกุ้งได้จำนวนมาก ทำให้ได้รับประทานเมนูจากกุ้งสด ๆ และราคาย่อมเยาว์ ซึ่งหากท่านใดต้องการลงเรือไปดูการจับกุ้ง ก็ย่อมสามารถทำได้เช่นกัน 

แถมท้ายด้วยของหวานที่เป็นผลไม้ที่ปีนี้อีก 1 เดือนข้างหน้า เงาะ - ทุเรียน - มังคุด ก็สามารถเดินเก็บกินในสวนได้แล้วด้วย


สุดยอดอาหารอมตะนิรันดร์กาล

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: อาหารทะเล , สลักเพชร , ข้าวต้ม

    
ยกนิ้วให้เมนูสุดเจ๋ง เจอวันเดียว 2 โฮมสเตย์ ทึ่งแล้วก็อื้งไปเลย ครั้งแรก นำจานชามจากภารกิจของกองถ่าย สตอร์เบอร์รี่ ชีสเค๊ก กาละมังอายุกว่า 100 ปีของแม่สมบุญ โฮมสเตย์เก๋ ๆ สไตล์ธรรมชาติ เหลือบไปเห็นอาหารหน้าตาประหลาด ๆ เลยไปหยิบพลิกไปพลิกมา นี่มันกระดูกปลานี่นา เลยคดข้าวร้อน ๆ มาทดสอบความอร่อย ปรากฏว่าคำแรกก็ต้องเขกหัวตัวเองโป๊กใหญ่ ๆ เพราะกระดูกปลาทำอย่างนี้มันสุดยอดจริง ๆ เมื่อมื้อกลางวันที่ไปทำอาหารให้กองถ่ายสารคดีอีกกองหนึ่ง แล่เอาเนื้อปลาโฉมงาม แล้วเอาเนื้อไปผัดขิง ส่วนกระดูก กับหัวเอาไปต้มยำ ว่าเท่ห์สุด ๆ แล้ว เจอกระดูกทอดงานนี้รู้สึกเสียดายไม่หาย เลยแอบไปถามแม่สมบุญถึงวิธีทำ แม่หันมายิ้มแล้วก็ไม่พูดอะไร เลยต้องแทะกระดูกไปอีก 10 นาทีแล้วถามอีกที คราวนี้ ยอมบอกเคล็ดลับให้ แม่บอกว่า ใช้ซอสภูเขานี่แหละ แต่อย่าแช่นานเดี๋ยวมันเค็ม เลยต้องกราบขอบคุณแม่สมบุญที่กรุณาบอกสูตรให้ เสร็จจากโฮมสเตย์แม่สมบุญ ก็ไปที่สมหมายโฮมสเตย์ เจออีกแล้วสงสัยว่าเมนูนี้เป็นทีเด็ดของแม่ครัวที่เอาไว้ทำทานกันเองมากกว่า เลยถามไปว่า ถ้าทำอาหารแบบนี้ให้ลูกค้าจะได้ไหม ได้รับคำตอบว่าไม่แน่ใจเลยไม่กล้าทำให้ลูกค้ารับประทาน เลยต้องตกมาเป็นสมบัติของแม่ครัว สำหรับสูตรที่สมหมายโฮมสเตย์ น้องมดลูกสะใภ้คนสวยบอกเบา ๆ แอบได้ยินว่า หมักก่อนด้วย ซีอิ้วขาว ซอสภูเขา ผงปรุงรส ได้ที่แล้วก็ทอด คราวนี้ไม่ได้รูปมาฝากเพราะเวลาที่ไปหลังแม่ครัวได้รับประทานไปเกือบหมดแล้ว คราวหน้าจะมีรูปมาฝากให้ชม คราวนี้ขอให้รับรู้ว่า เมนูนี้ สุดยอดดดดดดด อย่าบอกใครเชียว

ถ้าทำปลาตัวใหญ่ ๆ แล้วมีกระดูกมาก ๆ คิดถึงเมนูนี้ก่อนนะครับ กับข้าวสวยร้อน หรือข้าวต้มร้อน ๆ ก็อย่าบอกใครเชียว

หัวปลาต้มระกำ

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: อาหารทะเล , วิถีพื้นบ้าน , กะปิ

     
 
ต้มส้มระกำหัวปลาสากเหลือง ไม่ใช่ไม่รู้จะสรรหาอะไรแปลก ๆ มารับประทาน แต่ว่าแต่โบราณ ก็สรรสร้างเมนูแบบนี้มาแต่ดั้งแต่เดิม เนื้อปลาสากหางเหลือง ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่า ทำทอดมัน หรือห่อหมก ก็สุดยอด แต่ที่เหลืออยู่ก็คือ พุงปลา ไข่ปลา และหัวปลา ก็ต้องนำมาต้มส้มระกำถึงจะว่าแน่ที่สุด  เรื่องวิธีทำนั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย หัวปลาหั่นชิ้นใหญ่ ๆ ล้างให้สะอาด พักไว้ให้น้ำสะเด็ด เครื่องปรุงก็ไม่มีอะไรมาก หอมแดงต้องหัวเล็กนะครับ ตำให้แหลกพอประมาณ ใส่กะปิ (เกาะช้าง ) อย่าให้มากเกินไป เพราะจะเหม็นกะปิ นำระกำที่ปอกเปลือกแล้ว เอามีดปาดเอาแต่เนื้อ แล้วมาโขลกรวมกับที่ตำไว้ ตำเบา ๆ ให้เข้ากัน ใส่น้ำพอสมควร กะให้ใส่หัวปลาแล้ว ท่วมชิ้นของหัวปลาในหม้อเล็กน้อย ละลายพริกที่โขลกไว้ แล้วตั้งไฟให้น้ำเดือด ตบพริกขี้หนูลงไปเล็กน้อย หากชอบพริกไท ก็ใส่ไปด้วยได้อย่ามากนัก เพราะต้มส้มเป็นอาหารประเภทซดน้ำ จึงไม่ควรมีรสชาดจัดจ้านมากจนเกินไป พอเดือดดี ก็ปรุงรส ใส่น้ำปลาดี ๆ อย่างเช่นน้ำปลา ตราพรพิมล รสชาดจะต้องออกมา เปรี้ยว อมหวาน เพราะระกำที่จริงแล้วจะมีรสหวานแฝงอยู่ด้วย แต่ก็กลมกล่อมไม่ได้หวานแบบน้ำตาล แถมด้วยกลิ่นระกำละมุนลิ้น เมื่อปรุงรสได้ที่แล้วก็ใส่ต้นหอมลงไป เป็นอันเสร็จพิธี

   


หอยปากเป็ด

บันทึกโดย: admin

      

หอยปากเป็ดที่สลักเพชรยังคงเป็นสิ่งที่โปรดปรานในการนำไปประกอบอาหารเป็นอย่างมาก เมนูเด็ดที่ชาวบ้านสลักเพชรชื่นชอบก็คือ ยำ และแกงกะทิสับปะรด การจับหอยปากเป็ดนั้นไม่ยากถ้ารู้วิธี แต่จะยากมากถ้าไม่รู้วิธี หากมีโอกาสคงได้บันทึกภาพผ่านวีดีโอมาให้ดูกัน แต่ในเบื้องต้นนั้นวิธีจับหอยปากเป็ดจะต้องรู้จักพฤติกรรมของหอยปากเป็ดเสียก่อน เพราะธรรมชาติของหอยปากเป็ด จะมีลักษณะตามรูปอยู่ในรู ตามเลนหากจะไปจับหอยง่าย ๆ คงไม่ใช่ เพราะหอยปากเป็ดจะหดตัวลงไปในรูซึ่งอยู่สุดแขนทีเดียว วิธีก็ต้องเอาไม้เสียบเฉียงลงไปปิดรูไว้ เมื่อหอยปากเป็ดหดตัวลงไปก็จะไปไปติดไม้ที่เสียบไว้ เท่านั้นเองเราก็สามารถจับมันได้โดยง่าย

เท่าที่ดูจำนวนที่จับหอยปากเป็ดได้ กับเวลาที่ใช้ในการจับหอยของชาวบ้านนั้น ก็คิดว่าไม่มีจำนวนมากมายนัก แต่ยังคงจับมาประกอบอาหารมื้อหนึ่งสบาย ๆ สำหรับคอเหล้าที่นิยมทำกับแกล้ม ส่วนหางของหอยปากเป็ดเมื่อนำมายำจะเคี้ยวกรุบ ๆ บางคนไปหาซื้อแต่ส่วนหางของหอยอย่างเดียว บางคนเคี้ยวไม่ไหว ก็หาซื้อแต่ตัวหอยอย่างเดียว ส่วนในการประกอบอาหารเป็นกับข้าวก็คงไม่หนีการนำมาแกงคั่วกับสับปะรด เหมือน ๆ กับแกงคั่วหอยอื่น ๆ ทั่วไป แต่หอยปากเป็ดจะนุ่มไม่มีส่วนที่เป็นเอ็นหอยเหมือนหอยตาวัว ถูกใจคนขอบของนิ่ม ๆ โดยเฉพาะ สว. ผู้สูงวัย


กะปิ(เกาะช้าง)หลน

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: สลักเพชร , วิถีพื้นบ้าน , กะปิ

      
 
ทำสักถ้วยใหญ่ ๆ เวลาทานจะได้ไม่ต้องยั้งมือ สูตรคุณแม่ ไม่ยากเลย เริ่มด้วยมะพร้าว 1 ลูกขูดแล้วคั้นน้ำไม่ต้องแยกหัวกะทิ ให้ได้น้ำกะทิข้น ๆ ตามด้วยตะไคร้ ต้นงาม ๆ  6 - 7 ต้นหั่นเป็นแว่นบาง ๆ เวลาตำจะได้ไม่ต้องออกแรงนาน หอมแดง อย่าใช้หอมแดงหัวใหญ่ เพราะจะไม่หอม ไม่ได้รสชาด ใช้หัวเล็ก ประมาณ 5 - 6 หัว หั่นบาง ๆ ใบมะกรูดซ้อน ๆ กันซัก 10 ใบ หั่นตามขวางเป็นเส้นเล็ก ๆ เตรียมไว้ จากนั้นโขลกตะไคร้ให้แหลก ตามด้วยหอมแดง ให้เข้ากัน ใส่กะปิประมาณ 2 ช้อน ให้โขลกแล้วได้กลิ่นกะปิ ถ้ากลิ่นตะไคร้ยังกลบอยุ่ก็เติมกะปิอีกเล็กน้อย เพราะเรากำลังทำ กะปิหลน ไม่ใช่ ตะไคร้หลน จากนั้นก็เอากะทิตั้งไฟ อ่อน คนไปเรื่อย ๆ พอเป็นตา ก็เอาเครื่องที่ตำไว้ลงไปคนไปเรื่อย ๆ ไฟอ่อน สังเกตุดูว่าสีจะออกเทา ๆ ใส่ลูกโดด พริกขี้หนูสวนไปสักหน่อย ถ้าชอบเผ็ด ใส่ใบมะกรูดที่หั่นไว้ลงไป ควรตัดเค็มด้วยน้ำตาลเล็กน้อย เมื่อได้ที่จะมีลักษณะกำลังจะเป็นมันให้ตักออกจากกะทะ หรือภาชนะ ถ้าทิ้งไว้ ก็จะเริ่มแตกมัน เนื่องจากความร้อนของภาชนะยังมีอยู่ ทานกับผักอะไรก็ได้ที่มีรสหวานจะดี เพราะกะปิหลน รสนำเป็นรสเค็ม ทดลองทำกับกะปิของ แม่สมบุญ ก็อร่อยดี

* ถ้ากะปิหลนแล้วน้ำใส เนื่องจาก กะทิมากไปให้ตำตะไคร้ และหอมแดงเพิ่มลงไปจะช่วยได้

กะปิเกาะช้าง แม่สมบุญ

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: อาหารทะเล , สลักเพชร , วิถีพื้นบ้าน , กะปิ

แม่บุญสม เป็นชื่อโฮมสเตย์เล็ก ๆ ใครมาพักที่นี่ ก็นอนมุ้ง บรรยากาศ สบาย ๆ แบบชาวเล รับได้ประมาณ 35 ท่าน ดูจะเป็นโฮมสเตย์มาก ๆ ครอบครัวคุณแม่สมบุญ ประกอบด้วย บุตรหญิง ชาย อย่างละ 2 คน หัวหน้าครอบครัวจากไปตั้งแต่ จี๊ด บุตรชายคนโต อายุ ได้ 16 ปีเท่านั้น แม่สมบุญ ก็เป็นหัวหน้าครอบครัวมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ก็ต่อสู้กับคุณแม่ โดยมีน้อง ๆ คือ ไพรวัล ซึ่งเป็น รองประธานชมรมท่องเที่ยวพื้นบ้านสลักเพชร กับน้องสาวทั้งสอง เป็นกำลังใจ ครอบครัวนี้เป็นศูนย์รวมของภูมปัญญาชาวบ้านเกือบทุกกระบวนความ ซึ่งจะพยายามพูดคุยกับแม่สมบุญ คุณจี๊ด และน้องไพรวัล ตามโอกาส อันควร แล้วนำมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป

เด่น ๆ ก็เห็นจะเป็นเรื่องกะปิ เห็นมาหลายครั้งว่า ที่บ้านแม่สมบุญ จะมีกะปิหน้าบ้าน เลยถามดูว่าจะแนะนำเรื่องกะปิอะไรบ้าง แม่สมบุญ ก็เล่าให้ฟังว่า ตนนั้น ช่วยแม่ทำกะปิมากว่า 25 ปีแล้ว ที่สำคัญคือคุณแม่ของ แม่สมบุญ เคี่ยวน้ำเคยขายด้วย ใส่ไหไว้ขาย ไหละ 100 บาท เก็นได้เป็นปี ๆ เรื่องกะปินั้นบอกได้เลยว่า ทำยากมาก เพราะนอกจากวิธีทำที่มีความละเอียดอ่อนแล้ว จังมีสถาณการณ์ ของลมฟ้าอากาศ เป็นอุปสรรคสำคัญ แต่เนื่องจากประสพการณ์การทำกะปิมานมนาน จึงมีหนทางของการแก้ปัญหาอีกด้วย สำหรับในยามปกตินั้น กะปิ ความยากง่าย ขึ้นอยู่กับจำนวนเคย เป็นเรื่องแรก เพราะหากว่าเคยมีจำนวนไม่มากนัก เช่นครั้งละ 100 - 200 กิโลกรัม ก็เริ่มจากการ ชั่งเคย แล้วนำเคยมาขยำด้วยมือ เพื่อให้เคย หัก 2 หัก 3 ซึ่งเมื่อได้ที่แล้ว ก็จะใส่เกลือ แล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว ด้วยอัตราส่วน เคย 100 กิโลกรัม ต่อ เกลือ 12 กิโลกรัม จากนั้น ต้องคิดถึงเวลา ตามขั้นตอนมาคำนวน เช่น หลังจากคลุกเกลือ ก็ตีเคยให้เป็นก้อนเพื่อให้เกลือได้ละลาย ถ้าจำนวนน้อย ไม่ต้องคลุกใหม่อีกครั้ง แต่จำนวนมาก ๆ  ต้องคลุกเคล้าใหม่ แล้วตีให้เป็นก้อนใหม่ เพื่อให้เกลือละลายให้หมด หลังจากเวลาประมาณ 6 - 7 ชั่วโมง เกลือละลายหมด ต้องนำเคยที่คลุกเกลือหมักไว้ มาเอาน้ำออก ตรงนี้เรียกว่า " เกรอะเคย " ใช้เวลา ประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง น้ำที่ได้จากการเกรอะ สามารถนำมาทำน้ำเคยได้ ด้วยการเคี่ยว ( จะพูดถึงการทำน้ำเคยในโอกาสต่อไป ) จากนั้น ก็จะถึงเวลาการตากเคย แม่สมบุญบอกว่า ยากที่สุด ก็เรื่องการตากเคย เพราะต้องตากให้เคยแห้งแบบหมาด ๆ เพราะกะปิจะสวยไม่สวย ทำยาก ง่ายก็ตรงตากเคย หลักง่าย ๆ ที่ต้องทำก็คือ ตากให้หมาด ๆ ไม่ควรให้แห้งขาวเพราะจะแข็ง แต่ข้างในยังเปียก เวลาตำยากนัก แต่ถ้าตากให้หมาด ๆ แล้วคอย คลุก แล้วดูให้หมาด ทำอย่างนี้สัก 3 ครั้ง ก็จะพอดี จากนั้น ก็จะต้อง ตำด้วยครกไม้ ถ้าแห้งไปจะตำยาก เปียกไปก็จะเละไม่จับตัวเป็นก้อน ถ้าตากหมาดพอดี ก็จะนำได้เร็ว แม่สมบุญบอกว่า 3 กลับ ก็ใช้ได้แล้ว คำว่า 3 กลับก็คือ ตำจนบานออกข้างครกหมด ก็จะต้องเอามือรวมให้อยู่ก้นครกให้หมด แบบนี้ 3 ครั้ง จากนั้น ก็ถึงเวลาเอามาอัดใส่ไห ใส่ตุ่ม โบราณจะใช้ไม้ไผ่ขัด ปัจจุบันใช้ถังปากกว้าง ๆ เลยใช้กระดาษ ปิดไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน กะปิก็จะหอม กินได้ แต่ก็จะมีขุยบ้าง หลังจาก 1 ปี กะปิก็จะมีผิวเรียบมัน

ใครอยากชิมกะปิ แม่สมบุญ เชิญไปพักที่โฮมสเตย์ได้


แกงกะทิหอยถ่าน

บันทึกโดย: admin

คำที่ต้องการค้นหา: อาหารทะเล , หอยถ่าน , สลักเพชร

หอยถ่าน เป็นหอย ตัวเล็ก ๆ ขนาดปลายปากกา ยาวประมาณ 4 เซ็นติเมตร รสชาดดี ทานง่าย หอยชนิดนี้มีที่หวายแฉก จึงน่าจะกลายเป็นอาหารประจำหาดหวายแฉก หากท่านไปพักที่หวายแฉก แนะนำให้ไปถึงแล้วไปจับมาขังน้ำไว้ในโอกาสแรก เพราะ อาจิตร แม่ของคุณ ชูวิช ประธานชมรมนำเที่ยวพื้นบ้าน สลักเพชร เล่าให้ฟังว่า จับแล้วแกงเลยไม่ได้ ต้องนำมาขังน้ำไว้สัก 2 วัน หอยจะคายทราย ออกมา จึงจะทานได้ บางทีมีบางคนเอาพริกแห้งตำแล้วใส่ไปในน้ำ เร่งให้หอยคายทรายเร็วขึ้น ต้องลองดูว่าสูตรของใคร จะเด็ดกว่ากัน ครูชัช ( ที่จริงเป็นอดีต ผอ. โรงเรียนสลักเพชร ) พูดถึงหอยถ่าน ก็เป็นอาหารเหมือนกับ มาม่า สมัยนี้ คือไม่มีอะไร ก็กินมาม่าไป คนที่นี่ก็เหมือนกัน ไม่มีอะไรกินก็กินหอยถ่านไป หอยถ่าน ที่พบมีอีกที่คือ คลองพร้าว ก็มีสภาพคล้าย ๆ หวายแฉก คือ เป็นจุดที่น้ำจืดจากภูเขา ไหลมาที่ทะเล

การปรุงอาหารนั้น ตัดก้นออก แล้วแกงกะทิ ไม่ต้องใส่อะไรเลย เท่านั้น ( อาหารพื้นบ้านปรุงแบบนี้ ) เวลาดูด ก็ยักคิ้วซ้ายบ้าง ขวาบ้าง น่าจะดี


ผู้บันทึกบทความ

ค้นหาบล๊อกด้วยคำ